ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 47 ทีมชาติไทย ลงสนามพบ ทีมชาติเวียดนาม

โดยนัดนี้ “คอนโต่ย” กุนซือทีมชาติไทย จัดระบบ 3-5-2
ธีรศิลป์ แดงดา อยู่บนม้านั่งสำรอง ทางด้าน กวินทร์ ธีรทร และ ฐิติพันธ์
3 นักเตะที่ค้าแข้งในต่างประเทศ ลงสนามครบทั้ง 3 คน
ผ่านไป17 นาที  ศุภชัย ใจเด็ด มีโอกาสยิงให้ไทยขึ้นนำ
แต่บอลเจ้ากรรมดันไปโดนเสาออกไป สกอร์ยัง 0-0
ไทยมีโอกาสได้ประตูอีกครั้งในนาที 34 ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ 
ได้โอกาสยิงลูกวอลเลย์ แต่บอลยังไม่เข้ากรอบ
จากนั้นทีมไทยยังต่อบอลขาดๆ เกินๆ 
ครบ 45 นาทีแรก สกอร์เท่ากัน 0-0
ครึ่งหลัง นาที59 สุมัญญา ปุริสาย ไหลบอลให้กับ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์
มีโอกาสยิง แต่บอลยังไปตรงตัวผู้รักษาประตูของเวียดนาม
นาที 70 กองเชียร์ของไทย เฮเก้อ ธีรทรเปิดฟรีคิกเข้าประตู
แต่ผู้ตัดสินบอกว่ามีการฟาล์ว สกอร์ยังไม่ขยับ เสมอกัน 0-0
นาที 92 ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา ไหลบอลทะลุ
ให้ สุภโชค สารชาติ ทางด้านขวา แต่บอลไปเข้ามือผู้รักษาประตูเวียดนามก่อน
นาที 94 ช่วงทดเจ็บนาทีสุดท้าย เวียดนามได้ลูกเตะมุม
เหงียน อันห์ ดุ๊ค โหม่งบอลจากจังหวะเตะมุม กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์
รับบอลพลาดเข้าประตูตัวเอง และเป็นประตูชัยให้เวียดนาม
บุกมาเอาชนะไทยถึงบ้าน 1-0
อีกคู่ที่แข่งไปก่อนหน้าช่วง 15:30
ทีมชาติคือราเซา ชนะ ทีมชาติอินเดีย 3-1
ทีมชาติไทย จะต้องไปชิงอันดับ 3 กับ ทีมชาติอินเดีย 
ส่วนเวียดนาม เข้าไปชิงชนะเลิศ กับทีมชาติคือราเซา
ในวันที่ 8 มิถุนายน 2562 เริ่มแข่งขันเวลา 15:30 เป็นต้นไป